งานช่าง

งานช่าง

Advertisements

เครื่องดื่มและบริการ

เครื่องดื่มและบริการ
1. ๑. ชนิดของเครื่องดื่ม
ในปัจจุบันเครื่องดื่มที่ผลิตและจำนวนอยู่ โดยทั่วไปมีมากมายหลายชนิด ทั้งแบบที่ประโยชน์และอาจแป็นอันตรายต่อร่างกาย ดังนั้น เพื่อสุขภาพที่ดี ให้รสชาติที่อร่อย เกิดการสดชื่น และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค

๑.) น้ำดื่ม เป็นน้ำที่สะอาดตามที่มาตรฐานขององค์การอนามัยโลกกำหนด ไม่มีรสชาติและไม่อัดลม ซึ่งในปัจจุบันน้ำดื่มที่เรานิยมนำมาบริโภคนั้นมี ทั้งแบบนำน้ำประปาที่ผ่านการกรองแล้วมาต้มสุก
๒.) น้ำแร่ เป็นน้ำที่ได้จากแหล่งน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และมีแร่ธาตุบางชนิดผสมอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งแร่ธาตุที่สำคัญ เช่น แคลแซียม ฟลูออไรด์ แมกนีเซียม โซเดียม โพแทสเซียม ซัลเฟตไบคาร์บอเนต สังกะสี เป็นต้น
๓.) โซดา เป็นเครื่องที่ไม่มีแอลกอฮอล์ชนิดอัดแก็สคาร์บอนไดออกไซด์ สำหรับใช้ดื่มในบางโอกาส และนิยมปรุงผสมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์บางชนิด
๔.) น้ำหวานผสมสี เป็นน้ำดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์และไม่อัดลม ประกอบด้วยนน้ำตาลละลายน้ำ มีการแต่งสี กลิ่น รส และใส่สารกันเสีย
๕.) น้ำหวานอัดแก็ส เรียกกันทั่วไปว่า น้ำอัดลม เป็นเครื่องดื่มที่ทำมาจากน้ำหวานมีการแต่งสี กลิ่ รส และเติมกรด
๖.) น้ำผักและผลไม้ เป็นเครื่องที่กลิ่นและรสชาติของผักและผลไม้ โดยทำมาจากผผักและผลไม้หลายชนิด ยังมีน้ำสมุนไพรหรือดอกไม้ด้วย
๗.) พันช์ เป็นผลไม้ปรุงแต่งที่ทำมาจากผลไม้หลายๆชนิดผสมกันเพื่อให้มีกลิ่นสีและรสชาติที่แตกต่างกันออกไป
๘.) ชา เป็นเคื่องดื่มที่มีแบบผงและแบบแห้งให้บรรจุใส่ชอง ส่วนแบบใบแห้งให้ใช้น้ำร้อนเทราดบนใบชา
๙.) กาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่มีเมล็ดกาแฟที่มีฤทะธิกดประสาท เมื่อต้องชงด้วยน้ำร้อน ซึ่งสามารถผสมด้วยน้ำตาลครีม และ ขนมหวาน
๑o.) โกโก้ เป็นเครื่องดื่มที่ทำมาจากเมล็ดโกโก็ เมื่อต้องชงด้วยน้ำร้อน และน้ำตาล และ นมข้นหวาน
๑๑.) นมปรุงแต่งนมเปรี่ยว นมปรุงแต่งที่ทำมาจากนมวัว ปรุ่งแต่งด้วยสี กลิ่น และรส นมปรุงแต่งมีอยู่สองชนิด คือ ชนิดปห้ง และมีหลายรสชาติด้วยกัน เช่น นมปรุงแต่งรสหวาน รสโกโก้ รสส้ม เป็นต้น
๑๒.) น้ำนมที่นำมาจากเมล็ดพืช เป็นนมที่นำมาสกัดจากเมล็ดพืช ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย ได่แก่ ฟอสฟอรัส วิตามินที่จำเป็นทั้ง13ชนิด
๒.หลักการเลือกบริกโภคเครื่องดื่ม

ร่างกายของคนเราต้องการน้ำไปหล่อเลี้ยง ส่วนต่างๆซึ่งร่างกายของเราต้องมีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณร้อยละ ๗o ของน้ำหนักตัว โดยน้ำจะอยู่ในเลือด น้ำดี และส่วนอื่นๆของร่างกาย ดังนั้น ควรดื่มน้ำให้เพียวพอต่อความต้องการของร่างกายโดยการยืดหลักปฏิบัติ ดังนี้

๑.เลือกดื่มเครื่องดื่มที่สอาดและได้มาตรฐานหรือองค์กรต่างๆที่ได้รับความหน่าเชื่อถือ
๒.เลือกเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และ ไม่มีโทษต่อร่างกาย
๓.ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีกรดรสกดประสาท เช่น กา ชา เป็นต้น
๔.ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่ทีแอลกอฮอล์ เช่น สุรา เบียร์ เป็นต้น
๓การประกอบเครื่องดื่ม

คนเราทุกครปราดถนาที่จะมีสุขภาพที่ดี การใช้อ่หารที่ถูดส่วน ถูกสุขลักษณะดื่มเครื่องดื่มที่สะอาดมีประโยชน์ชนิดต่อร่างกาย ก็ ช่วยให้สุขภาพที่ดี ดังนั้น การประกอบเครื่องดื่มเองก็เป็นวิธีหนึ่งจะช่วยให้เครื่องดื่มให้สุขภาพที่ดี

๓.๑การเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ และวัตถุดิบ
๑.เตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ใช้ให้เพียงพอและเหมาะสมต่อการใช้งาน
๒.ทำความสะอาดเครื่องมือเครื่องใช้ให้สะอาด โดยล้าง ๒-๓ ครั้ง
๓.ไม่ควรใช้เขียงเดียวกับที่หั่นเนื้อ สัตว์ผักผลไม้นำมาทำเครื่องดื่มเพราะจะทำให้ผักผลไม้มีกลิ่นเหม็นคราว หรือเนื้อสัตว์ ดิบที่อาจตกค้างอยูู่เนื้อไม้ของเขียง
๔.ควรใข้หม้อเคลือบต้มเครื่องดื่มไม่ควรใช้หม้อทองเหลืองหรือ หม้ออะลูททมีเนียมเพราะผักและผลไม้บางชนิดมีฤทธิ์เป็นกรด
๒.การเตรียมวัตถุดิบ ในการประกอบเครื่องดื่ม วัตถุดิบต้องใช้ ได้ แก่ผัก ผลไม้ เกลือ น้ำเชื่อม น้ำและ นำตาล
๑.การเตรียมผักและผลไม้ ผักและผลไม้ แทบทุกชนิดสามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่มได้ การเตรียววัตถุดิปประเภทผักและผลไม้
๑.)เลือกผลไม้สุกพอดีไม่สุกมากเกินไปที่สุกสดใหม่ไม่น่าเสียส่วนควรเลือกที่สดใหม่
๒.)ทำความสะอาดผักและผลไม้โดยการล้างผักผลไม้สะอาดเพื่อปลอดจากสารพิษดังนี้
•ถ้าเป็นผักผลไม้ควรปลอกเปลีกก่อน เพื่อป้องกันยาฆ่าแลงไปผสมกับน้ำผลไม้
•ล้างด้วยน้ำที่ไหลจากก๊อกนานประมาณ ๑๕-๒o นาที
•ล้างด้วยน้ำอีกครั้ง เพื่อลดปริมาณสารพิษ
•นำขึ้นมาจากน้ำ และทิ้งไว้ให้สะเด็ด
๒การเตรียม น้ำที่ใช้การนำมาผสมในเครื่องดื่ม ไม่ควรใช้น้ำบาดาบหรือน้ำประปาจากก๊อกโดยตรงเนื่องจากน้ำบาดาลมีรสผาดและใน น้ำประปาจะมีคอลรีนผสมอยู่ ทำให้เมื่อนำน้ำมาใช้ผสมในเครื่องดื่มแล้วจะทำให้รสชาติของเครื่องดื่มแปลไป
๓.การประกอบเครื่องดื่ม
คนเราทุกคนปราถนาที่จะมีสุขภาพที่ดี การรับอาหารที่ถูกสัดส่วนถูกสุขลักษณะดื่มเครื่องดื่มที่สะอาด มีประโยชน์ต่อร่างกาย ก็จะช่วยให้มีสุขภาพที่ถูกลักษณะ มีประโยชน์ต่อร่างกายแล้วยังได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์เพิ่มมากขึ้น ช่วยทำให้ร่างกายชื่น มีสุขภาพที่แข็งแรง ชึ่งขั้นตอนการประกอบเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีดังนี้
๓.๑การเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ และวัตถุดิบ
ในการประกอบเครื่องดื่ม ควรเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ เครื้องใช้ และวัตถุดิบให้พร้อม
การเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้
๑.เตรียวเครื่องมืออุปกรร์ให้เพียงพอเหมาะสมต่อการใช้งาน
๒ใทำความสะอาดเครื่องมือเครื่องใช้ให้สะอาด
๓.ไม่ควรใช้เขียงเดียวกับที่หั่นเนื้อสัตว์มาหั่นผักและผลไม้
๔.ควรใช้หม้อเคลือบต้มเครื่องดื่มไม่ควรใช้หม้อทองเหลืองหรือหม้ออะลูมิเนียม
๒การเตรียใวัตถุ
๑.การเตรียมผักและผลไม้ ผักและผลไม้ทุกชนิดสามาร๔นำมาเป็นเครื่องดื่มได้
-เลือกผลไม้ที่สุกพอดีไม่สุกเกินไปเลือกที่สดให่ม
-ทะความสะอาดผักและผลไม้ด้วยการล้างผลไม้ให้สะอาดเพื่อปลอดจากสารพิษ
*ถ้าเป็นผลไม้ควรปอกเปลือกก่อน เพื่อป้องกันยาค่าแมลงไปผสมกับน้ำผลไม้
*ล้างด้วยน้ำที่ไหลจากก๊อกนานประมาณ 2 นาที
*แช่ในน้ำด่างทับทิมประมาน 15-20 นาที
*ล้างอีกครั้งเพื่อลดปริมาณสารพิษตกค้างในผักและผลไม้
*นำขึ้นมาจากน้ำ และทิ้งไว้ให้สะเด็ด
๒.การเตรียมน้ำ
*น้ำที่นำมาผสมกับเครื่องดื่ม ไม่ควรใช้น้ำบาดาลหรือน้ำบาดาลหรือน้ำประปาจากก๊อกโดยตรง
๓.๒ ตัวอย่างการประกอบเครื่องดื่ม
น้ำฝรั่ง
ฝรั่ง เป็นผลไม้ที่รู้จักกันโดยทั่วไป ให้ผลผลิตตลอดปี มีหลายพันธ์ เช่น ฝรั่งขี้นก ฝรั่งสารี่ ฝรั่งเวียดนาม เป็นต้น โดยทั่วไปจะนิยมรับประทานผลฝรั่งแก่จัดหรือสุก ฝรั่งมีวิตามินชีมากกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ โดยมีวิตามินเอ บี๑บี๒บี๖ มีมากว่าส้ม ๔-๑๐ เท่า นอกจากนี้ ยังมีเส้นใยมากจึงทำให้การดูดซึมของน้ำตาลและไขมันในลำไส้เล็กลดน้อยลงการ รับประทานผลฝรั่งจึงช่วยลดน้ำหนักได้โดยไม่ต้องลดอาหาร
ส่วนผสม
ฝรั่งล้างสะอาดหั่นเป็นชิ้น ๑ ถ้วย
น้ำสะอาด ๓ ถ้วย
น้ำตาลทราย ๑/๔ ถ้วย
เกลือป่น ๑/๒ ถ้วย
วิธีทำ
๑. นำชิ้นฝรั่งปั่นกับน้ำสะอาดให้ละเอียด ขณะปั่น เติมน้ำอยู่เสมอ
๒. นำน้ำฝรั่งที่ปั้นได้มาตั้งไฟ เติมเกลือและน้ำตาลให้ได้ความหวานตามต้องการ
๓. พอเดือดยกลง และทิ้งไว้ให้เย็น
๔. เทใส่แก้วน้ำแข็ง เสิร์ฟพร้อมอาหารว่าง
สรรพคุณทางยา
ช่วยป้องกันโรคลักปิดลักเปิดหรือโรคเลือด ออกตามไรฟัน ลดสารพิษในร่างกายป้องกันไม่ให้ไขมันที่ผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคแข็งตัว รวมทั้งช่วยลดการถ่ายท้องด้วย

images

วิธีการจัดสวนถาด

วัสดุอุปกรณ์การทำประกอบด้วย

1. ถาดเซรามิกหรือดินเผา

2. ต้นไม้ในร่ม  เช่น  เฟิร์นผักชี, แพญี่ปุ่น, ราชินีเงิน, กนกนารีบูล, กุหลาบหินใบฝอย เป็นต้น

3. ทราย

4. หิน, หินกรวด, ขอนไม้

5. กระบอกฉีดน้ำ

6. คีมปากกาแหลม

ขั้นตอนการจัดสวนถาด

1. นำทรายใส่ลงในถาดแล้วใช้กระบอกฉีดน้ำ  ฉีดให้ชุ่มพอดี

2. จากนั้นนำต้นไม้ขนาดใหญ่ลงปลูก  โดยการขุดทรายให้เป็นหลุมลึกพอกลบรากต้นใม้ได้

3. พอปลูกต้นไม้ใหญ่เสร็จ  ตามด้วยต้นไม้ขนาดกลาง

4. เสร็จแล้ววางหินขนาดต่างๆ  ตามแบบที่วางไว้

5. แล้วตามด้วยต้นไม้ขนาดเล็ก  จัดตามความชอบ  ความต้องการของลูกค้า

6. จากนั้นนำต้นไม้ประเภทคลุมพื้น  มาคลุมพื้นทรายบริเวณที่ไม่ได้ปลูกต้นไม้ให้เต็ม

7. เสร็จแล้วโรยหินกรวดตกแต่งให้สวยงาม

              picture256[1]

ประวัติ facebook

มื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2548 Mark Zuckerburg ได้เปิดตัวเว็บไซต์ facebook ซึ่งเป็นเว็บประเภท social network ที่ตอนนั้น เปิดให้เข้าใช้เฉพาะนักศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดเท่านั้น และเว็บนี้ก็ดังขึ้นมาในชั่วพริบตา เพราะแค่เพียงเปิดตัวได้สองสัปดาห์ ครึ่งหนึ่งของนักศึกษาที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ก็สมัครเป็นสมาชิก facebook เพื่อเข้าใช้งานกันอย่างล้นหลาม และเมื่อทราบข่าวนี้ มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในเขตบอสตั้นก็เริ่มมีความต้องการ และอยากขอเข้าใช้งาน facebook บ้างเหมือนกัน มาร์คจึงได้ชักชวนเพื่อนของเค้าที่ชื่อ Dustin Moskowitz และ Christ Hughes เพื่อช่วยกันสร้าง facebook และเพียงระยะเวลา 4 เดือนหลังจากนั้น facebook จึงได้เพิ่มรายชื่อและสมาชิกของมหาวิทยาลัยอีก 30 กว่าแห่ง

ไอเดียเริ่มแรกในการตั้งชื่อ facebook นั้นมาจากโรงเรียนเก่าในระดับมัธยมปลายของมาร์ค ที่ชื่อฟิลิปส์ เอ็กเซเตอร์ อะคาเดมี่ โดยที่โรงเรียนนี้ จะมีหนังสืออยู่หนึ่งเล่มที่ชื่อว่า The Exeter Face Book ซึ่งจะส่งต่อ ๆ กันไปให้นักเรียนคนอื่น ๆ ได้รู้จักเพื่อน ๆ ในชั้นเรียน ซึ่ง face book นี้จริง ๆ แล้วก็เป็นหนังสือเล่มหนึ่งเท่านั้น จนเมื่อวันหนึ่ง มาร์คได้เปลี่ยนแปลงและนำมันเข้าสู่โลกของอินเทอร์เน็ต

เมื่อประสบความสำเร็จขนาดนี้ ทั้งมาร์ค ดัสติน และ ฮิวจ์ ได้ย้ายออกไปที่ Palo Alto ในช่วงฤดูร้อนและไปขอแบ่งเช่าอพาร์ทเมนท์ แห่งหนึ่ง หลังจากนั้นสองสัปดาห์ มาร์คได้เข้าไปคุยกับ ชอน ปาร์คเกอร์ (Sean Parker) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Napster จากนั้นไม่นาน ปาร์คเกอร์ก็ย้ายเข้ามาร่วมทำงานกับมาร์คในอพาร์ตเมนท์ โดยปาร์คเกอร์ได้ช่วยแนะนำให้รู้จักกับนักลงทุนรายแรก ซึ่งก็คือ ปีเตอร์ ธีล (Peter Thiel) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Paypal และผู้บริหารของ The Founders Fund โดยปีเตอร์ได้ลงทุนใน facebook เป็นจำนวนเงิน 500,000 เหรียญสหรัฐฯ

ด้วยจำนวนสมาชิกหลายล้านคน ทำให้บริษัทหลายแห่งสนใจในตัว facebook โดย friendster พยายามที่จะขอซื้อ facebook เป็นเงิน 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในกลางปีพ.ศ. 2548 แต่ facebook ปฎิเสธข้อเสนอไป และได้รับเงินทุนเพิ่มเติมจาก Accel Partners เป็นจำนวนอีก 12.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในตอนนั้น facebook มีมูลค่าจากการประเมินอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

facebook ยังเติบโตต่อไป จนถึงเดือนกันยายนปีพ.ศ. 2549 ก็ได้เปิดในโรงเรียนในระดับมัธยมปลาย เข้าร่วมใช้งานได้ และในเดือนถัดมา facebook ได้เพิ่มฟังค์ชั่นใหม่ โดยสามารถให้สมาชิก เอารูปภาพมาแบ่งปันกันได้ ซึ่งฟังชั่นนี้ได้ัรับความนิยมอย่างล้นหลาม ในฤถูใบไม้ผลิ facebook ได้รับเงินจากการลงทุนเพิ่มอีกของ Greylock Partners, Meritech Capitalพร้อมกับนักลงทุนชุดแรกคือ Accel Partners และ ปีเตอร์ ธีล เป็นจำนวนเงินถึง 25 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมูลค่าการประเมินมูลค่าในตอนนั้นเป็น 525 ล้านเหรียญ หลังจากนั้น facebook ได้เปิดให้องค์กรธุรกิจหรือบริษัทต่าง ๆ ให้สามารถเข้าใช้งาน facebook และสร้าง network ต่าง ๆ ได้ ซึ่งในที่สุดก็องค์กรธุรกิจกว่า 20,000 แห่งได้เข้ามาใช้งาน และสุดท้ายในปีพ.ศ. 2550 facebook ก็ได้เปิดให้ทุกคนที่มีอีเมล์ ได้เข้าใช้งาน ซึ่งเป็นยุคที่คนทั่วไป ไม่ว่าเป็นใครก็สามารถเข้าไปใช้งาน facebook ได้เพียงแค่คุณมีอีเมล์เท่านั้น

ในช่วงฤดูร้อนปี 2550 ครั้งนั้น Yahoo พยายามที่จะขอซื้อ facebook ด้วยวงเงินจำนวน 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีรายงานว่ามาร์คได้ทำการตกลงกันด้วยวาจาไปแล้วด้วยว่า จะยอมขาย facebook ให้กับ Yahoo และเพียงแค่สองสามวันถัดมา หุ้นของ Yahoo ก็ได้พุ่งขึ้นสูงเลยทีเดียว แต่ว่าข้อเสนอซื้อได้ถูกต่อรองเหลือเพียงแค่ 800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้มาร์คปฎิเสธข้อเสนอนั้นทันที ภายหลังต่อมา ทาง Yahoo ได้ลองเสนอขึ้นไปที่ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ อีกครั้ง คราวนี้มาร์คปฎิเสธ Yahoo ทันที และได้รับชื่อเสียงในทางไม่ดีว่า ทำธุรกิจเป็นเด็กฯ ไปในทันที นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มาร์คปฎิเสธขอเสนอซื้อบริษัท เพราะเคยมีบริษัท Viacom ได้เคยลองเสนอซื้อ facebook ด้วยวงเงิน 750 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และถูกปฎิเสธไปแล้วในเดือนมีนาคมปี 2550

มีข่าวอีกกระแสหนึ่งที่ไม่ค่อยดีสำหรับ facebook ที่ได้มีการโต้เถียงกันอย่างหนัก กับ Social Network ที่ชื่อ ConnectU โดยผู้ก่อตั้ง ConnectU ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกับมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กที่ฮาเวิร์ด ได้กล่าวหาว่ามาร์คได้ขโมยตัว source code สำหรับ facebook ไปจากตน โดยกรณีนี้ได้มีเรื่องมีราวไปถึงชั้นศาล และตอนนี้ได้แก้ไขข้อพิพาทกันไปเรียบร้อยแล้ว

ถึงแม้ว่าจะ่มีข้อพิพาทอย่างนี้เกิดขึ้น การเติบโตของ facebook ก็ยังขับเคลื่อนต่อไป ในฤดูใบไม่ร่วงปี 2551 facebook มีสมาชิกที่มาสมัครใหม่มากกว่า 1 ล้านคนต่อสัปดาห์ โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่วันละ 200,000 คน ซึ่งรวมกันแล้วทำให้ facebook มีสมาชิกมากถึง 50 ล้านคน โดย facebook มียอดผู้เข้าชมเฉลี่ยอยู่ที่ 40,000 ล้านเพจวิวต่อเดือน จากวันแรกที่ facebook เป็น social network ของนักศึกษามหาวิทยาลัย จนวันนี้ สมาชิกของ facebook 11% มีอายุมากกว่า 35 ปี และสมาชิกที่มีอายุมากกว่า 30 ปีก็เข้ามาสมัครใช้ facebook กันเยอะมาก นอกเหนือจากนี้ facebook ยังเติบโตอย่างยิ่งใหญ่ในตลาดต่างประเทศอีกด้วย โดย 15% ของสมาชิก เป็นคนที่อยู่ในประเทศแคนาดา ซึ่งมีรายงานออกมาด้วยว่า ค่าเฉลี่ยของสมาชิกที่มาใช้งาน facebook นั้ินอยู่ที่ 19 นาทีต่อวันต่อคน โดย facebook ถือได้ว่าเป็นเว็บไซต์ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดเป็นอันดับ 6 ของสหรัฐอเมริกาและเป็นเว็บไซต์ที่มีผู้อัพโหลดรูปภาพสูงที่สุดด้วยจำนวน 4 หมื่นหนึ่งพันล้านรูป

จากจำนวนสถิติเหล่านี้ ไมโครซอฟต์ได้ร่วมลงทุนใน facebook เป็นจำนวนเงิน 240 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อแลกกับหุ้นจำนวน 1.6 % ในเดือนตุลาคม 2551 ทำให้มูลค่ารวมของ facebook มีมากกว่า 15,000 ล้านบาท และทำให้ facebook เป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 5 ในหมู่บริษัทอินเทอร์เน็ตในสหรัฐอเมริกา ด้วยมูลค่ารายรับต่อปีเพียงแค่ 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หลายฝ่ายได้อธิบายว่า การตัดสินใจของไมโครซอฟต์ในครั้งนี้ทำเพียงเพื่อที่จะเอาชนะ Google ซึ่งเป็นคู่แข่งขันที่จะขอซื้อ facebook ในครั้งเดียวกันนั้น

คู่แข่งของ facebook ก็คือ MySpace, Bebo, Friendster, LinkedIn, Tagged, Hi5, Piczo, และ Open Social

ความนิยมของ facebook ในประเทศไทย โดยดูจากข้อมูลของ Google Trend

 

 

ประวัติความเป็นมาของภาษา HTML

ปีค.ศ. 1961 อินเตอร์เน็ตได้เกิดและเติบโตขึ้น พร้อมกับภาษาคอมพิวเตอร์และโปรโตคอล (Protocol) จำนวนมาก เพื่อรองรับกับ การเติบโตอย่างรวดเร็วของอินเตอร์เน็ต หนึ่งในภาษาคอมพิวเตอร์และโปรโตคอลนั้นคือ ภาษา HTML และ TCP/IP (Transmission Control Protocol/ Internet Protocol) ทั้งนี้เพราะ World Wide Web แม้จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของอินเตอร์เน็ต แต่ได้รับความนิยม อย่างสูง และรวดเร็ว โปรโตคอล HTTP (ซึ่งเป็นส่วนย่อยของโปรโตคอล TCP/IP) จึงได้รับการพัฒนาเพื่อสนับสนุนภาษา HTML ซึ่ง ใช้ในการจัดเก็บเอกสารบน World Wide Web

ภาษา HTML ในยุคแรกเริ่ม ถูกใช้เพื่อจัดทำรูปแบบตัวอักษรบนเอกสารประเภท Hypertext ความสามารถจึงยังคงจำกัดอยู่มาก เพียงทำได้แต่ การกำหนดรูปแบบ heading แต่สำหรับตัวอักษรทำได้แค่ bold และ italic เท่านั้น

ความที่ภาษา HTML เป็นภาษาที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมาถึง เวอร์ชัน 4.0 จึงได้เพิ่มขีดความสามารถจากเดิม ที่มีความสามารถเพียงเพื่อจัดรูปแบบตัวอักษร กลายเป็นภาษาที่มีความสามารถในการจัดรูปแบบเอกสารอย่างเต็มรูปแบบ สิ่งกระตุ้น แรกที่ก่อให้เกิดการพัฒนาดังกล่าว เกิดขึ้นในปี 1993 เมื่อโปรแกรม Web browser มีความสามารถจะดูเอกสารแบบ Hypertext พร้อมกับมีรูปภาพประกอบได้พร้อมๆ กัน และในระยะหลังจากนั้นอีก 5 ปี ภาษา HTML ก็ได้พัฒนาตนเองมาเรื่อยๆ จนเป็นเวอร์ชัน ปัจจุบัน — เวอร์ชัน 4.0

สิ่งที่ทำให้ HTML เวอร์ชันปัจจุบัน มีความสามารถในการจัดรูปแบบเอกสารอย่างเต็มรูปแบบ คือ ความสามารถในการใช้ Cascading Style Sheet เพิ่มเติมจากเวอร์ชันก่อนหน้านี้ (เวอร์ชัน 3.2) ซึ่งมีความสามารถจัดรูปแบบเอกสารอยู่ในขั้นมาตรฐาน

ในอดีต สิ่งที่ทำให้ผู้เขียนภาษา HTML ประสบกับปัญหามากมาย คือ การที่โปรแกรม browser หลักๆ ยังคงมีความแตกต่างทาง ด้านเทคโนโลยีกันอย่างมาก และต่างก็ได้พัฒนาภาษา HTML ของตนเพิ่มเติมจากมาตรฐานในเวอร์ชัน 3.2 กันเอง โดยไม่ได้มีการตกลง ระหว่างกัน เป็นผลให้ผู้เขียนภาษา HTML โดยถือตามมาตรฐาน หรืออ้างอิงค่ายใดค่ายหนึ่งไม่สามารถจะแสดงรูปแบบของเอกสาร ให้เป็นอย่างที่ต้องการได้ ในปัจจุบัน ปัญหาดังกล่าวกลับไม่ลดน้อยลงไป แม้ว่าจะได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ เพื่อกำหนดมาตรฐาน ให้โปรแกรม browser ในเวอร์ชันใหม่ๆ นำเอา HTML เวอร์ชัน 4.0 เป็นมาตรฐานก็ตาม แต่ปัญหายังคงมีอยู่ ต่อไป ด้วยเหตุที่คณะกรรมการชุดดังกล่าวไม่สามารถผลักดันให้โปรแกรม browser รับเอามาตรฐานดังกล่าวไปใช้อย่างรวดเร็ว เพียงพอ

HTML คืออะไร

HTML หรือ HyperText Markup Language เป็นภาษา script ประเภทหนึ่ง ซึ่งใช้ทำ Web page เป็นงานหลัก ในระบบ World Wide Web ในแรกเริ่ม วัตถุประสงค์หลักของ HTML ถูกเสนอโดยนาย ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี (Tim Berners-Lee) แห่งศูนย์ปฏิบัติการวิจัยทางอนุภาคฟิสิกส์ของยุโรป (CERN) ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ได้กำหนดไว้ว่า

  • เพื่อสร้างสื่อที่นักวิทยาศาสตร์สามารถจะเผยแพร่ผลงาน และใช้อ้างอิง ได้ตลอด 24 ช.ม.

  • เพื่อสร้างภาษาคอมพิวเตอร์ที่รองรับภาษาท้องถิ่น ที่ไม่ขึ้นกับระบบของเครื่องคอมพิวเตอร์ (Platform) หรือระบบเครือข่ายใดๆ

และด้วยวัตถุประสงค์ข้างต้น ภาษา HTML จึงถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในสังคมของนักวิทยาศาสตร์ และกำหนดให้เครื่องมือที่ใช้เขียน เป็นโปรแกรม text editor ทั่วๆ ไป

สำหรับภาษา HTML ในอินเตอร์เน็ต ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนทุกๆ ชาติบนโลก สามารถเข้าถึง เผยแพร่ และอ้างอิง วิทยาการความรู้ได้ ด้วยการเชื่อมโยงไปมาแบบ hyperlink อาจจะด้วยตัวอักษร และ/หรือ รูปภาพ โดยอาจเชื่อมโยงเฉพาะภายใน เอกสารนั้น หรือเชื่อมโยงข้ามไปยังเอกสารอื่นๆ ได้

ภาษา HTML มีต้นแบบมาจากภาษา SGML (Standard Generalized Markup Language) ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้ได้เฉพาะ กับประเภท ของคอมพิวเตอร์ และสิ่งที่ HTML รับมาจาก SGML คือ การประกาศค่า และ การกำหนดรูปแบบเอกสาร (Document Type Definition –DTD)

สิ่งที่ทำให้ ภาษา HTML ได้รับความนิยมอย่างมาก และรวดเร็ว ก็คือ HTML รวมถึง โปรโตคอล HTTP (HyperText Transfer Protocol) เป็นภาษาที่ใช้สื่อสารกันได้ทั่วโลก โดยที่ตัวภาษาและโปรโตคอล ไม่ขึ้นกับ ระบบเครือข่าย และประเภทของคอมพิวเตอร์ (Platform) ซึ่งมีความหลากหลาย อันเนื่องมาจากเทคโนโลยีและประเภทการใช้งาน เป็นผลให้เอกสารที่เขียนโดย HTML สามารถถ่ายโอน ได้อย่างกว้างขวาง ทั้งในรูปแบบของ ตัวอักษร ภาพ และเสียง

บัญญัติ 10 ประการ ของการใช้อินเทอร์เน็ต

  • ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้าย หรือละเมิดผู้อื่น

  • ต้องไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น

  • ต้องไม่สอดแนม แก้ไข หรือเปิดดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น

  • ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร

  • ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ

  • ต้องไม่คัดลอกโปรแกรมของผู้อื่นที่มีลิขสิทธิ์

  • ต้องไม่ละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์

  • ต้องไม่นำเอาผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน

  • ต้องคำนึงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสังคมที่เกิดจากการกระทำของท่าน

  • ต้องใช้คอมพิวเตอร์โดยเคารพกฎระเบียบกติกาและมีมารยา